ยุคนี้ใครๆ ก็หันมาทำอาชีพเสริม ค้าขายออนไลน์ หรือรับงานฟรีแลนซ์กันมากขึ้น เพราะสร้างรายได้ได้อย่างไร้ขีดจำกัด แต่สิ่งหนึ่งที่มาพร้อมกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น และเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือ “ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา”
หลายคนมักมีความเชื่อผิดๆ ว่า “สรรพากรไม่รู้หรอก” หรือ “รับเงินโอนเข้าบัญชีส่วนตัวคงไม่เป็นไร” แต่ในความเป็นจริง ปัจจุบันระบบการตรวจสอบของภาครัฐมีความเข้มงวดขึ้นมาก โดยเฉพาะกฎหมายรายงานข้อมูลบัญชีธนาคาร (ที่มียอดโอนเข้า 3,000 ครั้ง หรือ 400 ครั้งและยอดรวม 2 ล้านบาทขึ้นไป) ดังนั้น การเตรียมตัวให้พร้อมและเสียภาษีให้ถูกต้อง จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยและประหยัดที่สุดครับ
วันนี้เราจะพาไปทำความเข้าใจวิธีคิดภาษีบุคคลธรรมดาแบบง่ายๆ เพื่อให้คุณวางแผนเซฟเงินในกระเป๋าได้อย่างถูกต้องกันครับ
1. รู้จักประเภท “เงินได้” ของตัวเอง (ตามมาตรา 40)
กฎหมายแบ่งเงินได้บุคคลธรรมดาออกเป็น 8 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทจะหักค่าใช้จ่ายได้ไม่เท่ากัน สำหรับกลุ่มอาชีพอิสระส่วนใหญ่จะตกอยู่ใน 3 ประเภทนี้:
-
มาตรา 40(2) – ฟรีแลนซ์/รับจ้างทั่วไป: เช่น งานออกแบบ รับรีวิว รับแปลภาษา หักค่าใช้จ่ายเหมาได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
-
มาตรา 40(6) – วิชาชีพอิสระ: เช่น แพทย์ วิศวกร ทนายความ นักบัญชี หักค่าใช้จ่ายเหมาได้ 30% – 60%
-
มาตรา 40(8) – ค้าขายออนไลน์/ธุรกิจอื่นๆ: หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 60% หรือเลือกหักตามจริง (ถ้ามีหลักฐานเอกสารครบ)
2. สูตรคำนวณภาษีที่ทุกคนต้องรู้
ก่อนจะไปดูว่าต้องจ่ายภาษีเท่าไหร่ สรรพากรจะใช้สูตรนี้ในการคำนวณครับ:
เมื่อได้ “เงินได้สุทธิ” ออกมาแล้ว จึงจะนำไปเทียบกับ อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได (เริ่มต้นตั้งแต่ 5% ไปจนถึงสูงสุด 35%) โดยหากเงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาทแรก จะได้รับการยกเว้นภาษีครับ
3. วางแผนใช้สิทธิ์ “ค่าลดหย่อน” ให้คุ้มค่า
นี่คือไม้เด็ดที่จะช่วยให้คุณเสียภาษีน้อยลงอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งสิทธิ์ลดหย่อนพื้นฐานที่ทุกคนควรเช็ก มีดังนี้ครับ:
-
ลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท (ได้ทุกคนทันทีที่มียื่นภาษี)
-
ลดหย่อนครอบครัว: ค่าลดหย่อนบุตร, ค่าเลี้ยงดูบิดามารดาที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
-
กลุ่มประกันและการลงทุน: ประกันชีวิต, ประกันสุขภาพ, กองทุนลดหย่อนภาษีต่างๆ (เช่น SSF, RMF)
4. มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องระวังเรื่อง VAT
ไม่ใช่แค่บริษัทจำกัดเท่านั้นที่ต้องจด VAT แต่ในนาม “บุคคลธรรมดา” หากคุณมียอดขายหรือรายได้จากการรับจ้าง (ที่ไม่ได้รับยกเว้น VAT) เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี คุณมีหน้าที่ต้องไปขึ้นทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายได้เกิน หากละเลยอาจต้องเจอค่าปรับและดอกเบี้ยย้อนหลังที่สูงกว่าตัวภาษีจริงเสียอีกครับ
หมดกังวลเรื่องภาษี ให้เราช่วยดูแล
การคำนวณภาษีบุคคลธรรมดาและภาษีซื้อ-ขาย อาจดูซับซ้อนและใช้เวลาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องโฟกัสกับการทำมาหากินในทุกๆ วัน
หากคุณไม่แน่ใจว่ารายได้ของตัวเองจัดอยู่ในประเภทไหน? หักค่าใช้จ่ายแบบไหนคุ้มที่สุด? หรือถึงเวลาที่ควรจะจดทะเบียนนิติบุคคลเพื่อประหยัดภาษีแล้วหรือยัง? ทีมงานมืออาชีพของเราพร้อมให้คำปรึกษาและช่วยวางแผนภาษีบุคคลธรรมดาอย่างถูกต้อง แม่นยำ และปลอดภัย เพื่อให้คุณเดินหน้าทำธุรกิจได้อย่างราบรื่น ไร้กังวลเรื่องโดนตรวจสอบย้อนหลัง